น้องติตั๊ด โอกาสจากครอบครัวอุปถัมภ์

สวัสดีครับนักเรียนแลกเปลี่ยนในอนาคตทุกคน ผมชื่อตั๊ดครับ ผมเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนหนึ่งเดียวใน Edudee ที่ไปรัฐ Oregon รัฐที่มีแต่ต้นสน, ฝน และคนที่ใส่เสื้อกันหนาวเดินตากฝน ซึ่งก่อนที่ผมจะได้ไปแลกเปลี่ยนนั้น ผมต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก ตัวอย่างเช่นการสอบเข้าโครงการ, เข้าค่ายนักเรียนแลกเปลี่ยน, ทำวีซ่า , ไปอบรมการทำอาหารไทย และที่สำคัญก็คือ “เอกสาร” ซึ่งผมบอกเลยว่าเยอะสุด ๆ ไปเลย แต่เพื่อโฮสแฟมมีลี่ก็ต้องอดทนทำครับ และก็อย่าลืมเตรียมของฝากด้วยนะครับ ซึ่งของฝากที่ผมได้เอาไปให้พวกเขาก็คือเสื้อยืดลายทุกคนในครอบครัวที่ผมวาดเอง สำหรับใครที่วาดรูปได้ก็ลองทำแบบผมก็ได้นะครับ

หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ถึงวันที่ผมจะได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจริง ๆ ซึ่งบ้านโฮสของผมที่ผมจะไปอยู่เป็นบ้านใต้ดิน แถมยังเป็นฟาร์มอีกด้วย และผมนี่แหละที่ทำหน้าที่เป็นคนป้อนอาหารสัตว์ที่นี่ ซึ่งผมกล้าพูดเลยว่าตลอด 9 เดือนที่ผมได้ไปอยู่ที่นู่น ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่ได้ออกไปให้อาหารไก่ ป้อนฟางแกะ วิ่งไล่วัว หรือแม้กระทั่งรีดนมแพะ (อาจจะมีช่วงแรก ๆ หน่อยที่ไม่ได้ทำเพราะไม่รู้ว่าทำยังไง) เพราะฉะนั้นใครที่ได้ไปอยู่ฟาร์มหรือบ้านนอกอย่าคิดว่าตัวเองโชคร้าย อันที่จริงแล้วควรจะคิดว่าตัวเองโชคดีด้วยซ้ำ!

นอกจากนี้ผมยังได้ไปทำอะไรหลายอย่างที่ผมไม่มีโอกาสได้ทำในประเทศไทยอย่างเช่น เดินเก็บเห็ดในป่า, เล่นหิมะบนภูเขา และนั่งเรือยางไปตกปลา Trout กลางอ่าว แต่ทั้งหมดนั้นก็เทียบไม่ได้กับกลุ่มคนที่ทำให้ผมได้เจออะไรใหม่ ๆ แบบนี้ ซึ่งก็คือโฮสแฟมมีลี่ของผม ในครอบครัวที่ผมไปอยู่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย น้องสาว 3 คน น้องชาย 1 คน พี่ชาย 1 คน และโฮส mom กับ โฮส Dad และสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจมากก็คือทุกคนในครอบครัวจะต้องมีความชอบอะไรสักอย่างที่เหมือนผมเช่น ผมกับโฮสน้องสาวคนเล็กสุดชอบวาดรูป ดูการ์ตูนเรื่องเดียวกัน เล่นเกมเหมือนกัน แถมนิสัยยังคล้าย ๆ กันอีกด้วยซึ่งนั่นทำให้เราสนิทกันมาก ๆ เพราะฉนั้นเวลาเขียนข้อมูลตัวเองลงในเอกสารผมแนะนำให้เป็นตัวเองมากที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องพยายามปกปิดข้อเสียของตนเอง ด้วยเหตุนี้เองทำให้ตลอดเวลาที่ผมอยู่ที่นู่นผมไม่เคยมีอาการคิดถึงบ้านที่ไทยหรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า Homesick เลย

สุดท้ายนี้ผมต้องขอบคุณพี่ ๆ Edudee และพ่อแม่ของผมของผมที่ทำให้ความฝันของผมเป็นจริง และผมก็ต้องขอขอบคุณครอบครัวอุปถัมภ์ของผมที่เปิดโอกาสให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาและสอนให้ผมรู้ว่า “Family is not about DNA, but It’s about a people who you love and care.”

Please follow and like us: