การฉลองเทศกาลคริสต์มาส

วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีมีความสำคัญต่อคนจำนวนมาก เพราะนั่นคือวันประสูติของพระเยซู หลายคนยังถือว่าวันคริสต์มาสยังเป็นฤดูกาลแห่งการให้และช่วงเวลาแห่งความสุขอีกด้วยค่ะ

วันคริสต์มาสเป็นมากกว่าวันวันหนึ่ง วันคริสต์มาสเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดที่สำคัญ หลายต่อหลายคนเริ่มฉลองเทศกาลนี้ทันทีหลังจากวันขอบคุณพระเจ้าในปลายเดือนพฤศจิกายนเลยทีเดียวค่ะ ชาวตะวันตกเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในหลายรูปแบบ พวกเขานำต้นคริสต์มาสมาตกแต่งภายในบ้านของพวกเขาด้วยของประดับที่สวยงาม เช่น ถุงน่องสำหรับใส่ของขวัญเป็นต้น นอกจากนี้พวกเขายังตกแต่งภายนอกบ้านด้วยดวงไฟและเครื่องตกแต่งที่สวยงามอีกด้วยค่ะ บางครอบครัวเลือกที่จะจัดบ้านเป็นฉากที่บอกเล่าเรื่องราวการประสูติของพระเยซู หรือนำรูปปั้นซานตาคลอสกับกวางเรนเดียร์ทั้งแปดตัวของเขามาตั้งไว้บนหลังคา และเป็นเรื่องปกติที่เราจะได้เห็นเครื่องประดับเป็นสีแดงและสีเขียวในช่วงเทศกาลนี้เพราะเป็นสีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคริสต์มาส ฉะนั้นเราจะได้เห็นหลายต่อหลายคนสวมเสื้อกันหนาวสีแดงเขียวในเทศกาลนี้ รวมไปถึงเสื้อสเวตเตอร์ที่ออกแบบมาสำหรับเทศกาลนี้โดยเฉพาะอีกด้วยค่ะ

หลายรัฐในอเมริกามักจะมีหิมะตกในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นเราจะได้เห็นคนออกไปเล่นหิมะกัน ทั้งปั้นตุ๊กตาหิมะ เล่นปาหิมะ หรือวาดนางฟ้าด้วยการนอนลงบนพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะแล้วแกว่งแขนขาไปมาค่ะ ในคืนก่อนวันคริสต์มาสหรือที่เรียกกันว่า Xmas eve เด็กๆมักจะนำขนมคุ๊กกี้และนมมาวางไว้ใกล้ๆปล่องไฟด้วยความเชื่อว่าซานต้าคลอสที่นำของขวัญให้เด็กทั่วโลกจะได้แวะพักทานขนมก่อนทำภารกิจนำของขวัญไปแจกต่อไป นอกจากนั้นแล้วผู้ปกครองหลายคนยังพาเด็กๆไปพบซานต้าคลอสตามห้างสรรพสินค้าต่างๆอีกด้วยค่ะ

ในช่วงนั้นจะเป็นเรื่องปกติมากที่เราจะได้ยินเพลงเกี่ยวกับคริสต์มาสในแทบทุกที่ เพลงเหล่านี้จะมีทั้งเพลงดั้งเดิมเช่นเพลง O Holy Night ซึ่งมีความหมายถึงการประสูติของพระเยสู รวมไปถึงเพลงสมัยใหม่เช่นเพลง All I Want for Xmas is You ที่ขับร้องโดยนักร้องดังอย่าง Mariah Carey ทั้งนี้ตามท้องถนนยังมีกลุ่มนักร้องที่มารวมตัวกันเพื่อร้องเพลงคริสต์มาสซึ้งๆตามสถานที่สาธารณะที่เรียกว่า carollers อีกด้วยค่ะ ในรายการโทรทัศน์ในช่องต่างๆเองก็มักจะนำโชว์ที่เกี่ยวกันเทศกาลนี้มาฉายเช่น Rudolph the Red Nosed Reindeer ซึ่งเป็นภาพยนต์ stop motion ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี คศ. 1964 หรือ การ์ตูน Frosty the Snowman ของปี 1969 ในบางเมืองก็จะจัดพาเหรดเทศกาลคริสต์มาสให้ชมกันอีกด้วยค่ะ

เทศกาลคริสต์มาสเป็นช่วงแห่งการให้ จึงไม่แปลกที่ช่วงนี้ผู้คนมักจะมอบมอบของขวัญกันและกัน และยังเป็นช่วงเวลาของครอบครัวอีกด้วย ชาวอเมริกันจึงยอมข้ามน้ำข้ามทะเลกลับบ้านเพื่อที่จะฉลองเทศกาลคริสมาต์กับครอบครัว และเปิดของขวัญของแต่ละคนในคืนก่อนวันคริสต์มาสวันที่ 24 ธ.ค. หรือวันคริสต์มาสวันที่ 25 ธ.ค. เลย ในเทศกาลนี้ยังมีขนมอร่อยๆให้ได้ชิมกันทั้งคุกกี้ขนมปังขิงรูปตุ๊กตาและอมยิ้มไม้เท้า

ด้วยเหตุนี้ทั้งของขวัญ การตกแต่งที่น่าตระการตา การร้องเพลง ขนมต่างๆ และกิจกรรมอันหลากหลาย ผู้คนจำนวนมากถึงได้มีความสุขช่วงนี้ของปี เพราะงั้นแล้ว หากคุณมีโอกาสได้เยือนสหรัฐฯในช่วงคริสต์มาสแล้วล่ะก็ อย่านั่งอยู่ในบ้านให้เสียโอกาส ออกไปข้างนอกและสัมผัสกับความสุขในแบบคริสต์มาสนะคะ เมอร์รี่คริสต์มาสค่ะ